รถไฟฟ้า ทางเลือกการเดินทางที่คุ้มค่า กับเงินที่เสียไป ???
มหาวิทยาลัยนเรศวร ทุ่มงบประมาณให้กับการขนส่งมวลชนในมหาวิทยาลัยปีหนึ่งๆเป็น10ล้าน
ค่าเช่ารถไฟฟ้า เดือนละ35000บาทต่อ1คัน เซ็นสัญญาทั้งหมด40คัน ค่าไฟต่อเดือนประมาณ70000บาท
เบ็ดเสร็จเดือนๆนึงมหาวิทยาลัยต้องจ่ายเงิน1,470,000และใน1ปีเงินที่ใช้ในระบบขนส่งมวลชนเฉพาะรถไฟฟ้าก็สูงถึง17,640,000เลยทีเดียว
แล้วระบบขนส่งมวลชนที่มหาวิทยาลัยนเรศวรทุ่มงบประมาณไปผลตอบแทนที่ได้จะคุ้มค่ารึเปล่า.....น่าคิดเหมือนกันนะเนี่ย???
และจากการที่เราได้ลงพื้นที่เพื่อเก็บข้อมูล ทั้งจากผู้ใช้เอง(นิสิตชั้นปีที่1) และผู้ให้บริการ(ผู้จัดการบริษัทรถไฟฟ้า)
ผลกลับไม่ได้เป็นอย่างที่คาดคิดครับ
รถไฟฟ้าที่ให้บริการนั้น ในช่วงเวลาเร่งด่วน ไม่พอให้บริการ O_o และรถไฟฟ้าที่รองรับได้โดยปกติ15ที่นั่ง ในช่วงเวลาเร่งด่วนมีนิสิตโดยสารถึง20-25คนต่อคัน
ซึ่งในช่วงเวลาเร่งด่วนโดนเฉพาะเวลาในตอนเช้าช่วง8.00น. มีนิสิตรอใช้บริการถึง 700-900 คนเลยทีเดียว
และจากการสัมภาษณ์ นิสิตจำนวน50คน ได้ผลสรุปว่า ทั้ง100% เคยใช้บริการรถไฟฟ้าทั้งสิ้น และ84%หรือ42คนยังคงใช้บริการอย่างต่อเนื่อง ส่วนอีก16%ใช้รถส่วนตัวแต่ยังมีการใช้บริการรถไฟฟ้าเป็นระยะๆ
และจากการสอบถามความคิดเห็นเกี่ยวกับรถไฟฟ้า100% บอกว่า เป็นบริการที่ดี น่าใช้ ช่วยในเรื่องค่าใช้จ่าย ปลอดภัย สะดวก ฯลฯ
แต่ระบบขนส่งมวลชนของมหาวิทยาลัยทำไมถึงมีแต่นิสิตปี1 เข้ามาใช้บริการอย่างเดียวหละ
จากข้อมูลที่สอบถามจากผู้จัดการรถไฟฟ้าทำให้ทราบว่า เมื่อ2ปีที่แล้ว มีนิสิตชั้นปีอื่นใช้กันพอสมควรเป็นเพราะว่าเมื่อ2ปีที่แล้วรถไฟฟ้ามีการเดินรถ4เส้นทาง และมีรถไฟฟ้าไปรับนิสิตถึงประตูทางเข้ามหาวิทยาลัย
ประตูทางเข้าเลยหรือ แล้วหลังจากนั้นท่านอธิการบดีรศ.ดร.มณฑล สงวนเสริมศรี ได้มีนโยบายให้รถไฟฟ้าให้บริการแค่สองสายคือสายสีแดงและสีเหลือง ส่วนท่านอธิการบดีคนปัจจุบันตั้งแต่รับตำแหน่งมายังไม่ได้มีนโยบายที่เด่นชัดในเรื่องของรถไฟฟ้าและเมื่อถึง เมษายน 2555 ที่มหาวิทยาลัยนเรศวรหมดสัญญากับบริษัทรถไฟฟ้า ทิศทางนโยบายของผู้บริหารจะเป็นไปอย่างไร ยังจะมีรถไฟฟ้าให้นิสิตได้ใช้บริการต่อไปหรือจะยกเลิกระบบขนส่งมวลชนที่จำเป็นสำหรับนิสิตที่พักในหอพักนิสิตมหาวิทยาลัยนเรศวรแห่งนี้แต่มีอีกข้อสังเกตหนึ่งเกี่ยวกับสัญญาที่เคยทำไว้เมื่อ7ปีที่แล้วที่เซ็นสัญญากันด้วยวงเงิน35,000บาทต่อรถไฟฟ้าหนึ่งคัน ว่าทำไมถึงเซ็นสัญญาต่อเนื่องถึง9ปีด้วยกัน ทั้งๆที่รถไฟฟ้าน่าจะมีค่าเสื่อมสภาพเนื่องจากอายุการใช้งานของรถไฟฟ้าและรถไฟฟ้าคงไม่มีประสิทธิภาพใช้ยาวนานต่อเนื่องแล้วสภาพยังคงเหมือนใหม่ถึง9ปีหรอกครับ คงต้องจับตาดูกันว่าถ้ามหาวิทยาลัยเซ็นสัญญาต่ออายุสัญญาที่จะเซ็นนั้นมีความโปร่งใสและรักษาสิทธิผลประโยชน์นิสิตมหาวิทยาลัยนเรศวรมากน้อยขนาดไหนและก็หวังอีกว่านโยบายที่จะมีเกี่ยวกับรถไฟฟ้าจะครอบคลุมให้กับนิสิตทุกชั้นปีเพราะนิสิตทุกคนก็เสียเงินค่าเทอมเหมือนกันและสมควรที่จะได้ผลประโยชน์อันพึงมีพึงได้เท่าเทียมกับนิสิตทุกๆคนจริงรึเปล่าครับ
เขียนโดย ม้าสะเทินบก



